z-header
By Pradichaya | Thai food | photography | voice teaching | opera artist
z-nav

Egg Noodle with Crabmeat

...And Fried Dough...

An article in Thai language

By Pradichaya | Thai food | photography | voice teaching | opera artist

บะหมี่ปูกับปาท่องโก๋วงเวียนเล็ก

Pradichaya Poonyarit | ประดิชญา ปุญญฤทธิ์

Original: 2014-11-07 | Edited: 2015-11-10

คืนนี้กำลังนอนรอให้หลับอยู่ดีๆก็เห็นภาพคุณตา แล้วจิตเริ่มเตลิดไปเรื่อยๆ

คุณตามาอยู่กับดิฉันที่อีสตั้นช่วงฤดูร้อนได้สองเดือนก็เริ่มบ่นคิดถึงบ้าน คุณแม่จึงโทรศัพท์ถึงคุณพ่อที่กรุงเทพฯให้บินมารับคุณตากลับบ้าน

พอถึงบ้านได้สักสัปดาห์คุณตารู้สึกไม่สบาย เมื่อไปพบแพทย์จึงทราบว่าคุณตาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

ดิฉันจำได้ว่าอีกสองสามวันรร.จะเปิดเทอม และจะเป็นปีการศึกษาชั้นที่สิบสอง ซึ่งปีสุดท้ายก่อนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดิฉันไม่ได้กังวลเลยว่าจะขาดเรียน รีบเก็บกระเป๋ากันกับน้องสาวในขณะที่คุณแม่วุ่นเรื่องฝากบ้านไว้กับเพื่อน

ดิฉันไปเยี่ยมคุณตาที่โรงพยาบาลทุกวัน คุณตาอยู่ได้ไม่นานก็จากลูกหลานไปเมื่อวันที่ 8 กันยายน พศ. 2524

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารเป็นวัดประจำตระกูลทางคุณยาย คุณตามาจากระโนดก็มาบวชมาเรียนที่วัดประยูรฯ เป็นนักเรียนกฏหมายที่ธรรมศาสตร์ก็ยังเดินเข้าออกวัดประยูรฯ และที่วัดนี้เองที่คุณตาได้ยลโฉมคุณยายเป็นครั้งแรก เพราะคุณยายจะมาทำบุญกับคุณชวดไม่ขาด ดังนั้น บ้านดิฉันจึงผูกพันกับวัดประยูรฯเป็นพิเศษ ลูกๆคุณตาจึงบำเพ็ญกุศลที่วัดนี้
งานคุณตาผ่านไปอย่างเบลอๆ ทุกๆคืนที่มีงานสวดจะมี ญาติๆหลายหน้าหลายตาจากทางคุณยายและคุณตาเข้ามาทักทาย ดิฉันไม่ค่อยรู้จักญาติทางระโนด มีคุณตาชื่อคุณตาพ่วง เป็นน้องชายคุณตา เดินเข้าศาลามาครั้งแรกดิฉันร้องไห้ เพราะทั้งหน้าตาและท่าเดินเหมือนคุณตามาก น้องก้อย น้องสาวดิฉันซึ่งเป็นหลานรักที่คุณตาเลี้ยงมา วิ่งไปกอดคุณตาพ่วง และจับมือไว้ไม่ยอมปล่อย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่จิตใจไม่ปกติ เวลาเลิกงานทุกคืน ลุงและน้าๆ คุณพ่อคุณแม่ คุณยาย พร้อมคุณตาพ่วงก็จะพากันไปรับประทานอาหารแถวนั้น เมื่อสมัยคุณชวดเป็นเจ้าของที่ในตลาดนกกระจอกทั้งหมด เมื่อคุณตาเกษียณราชการก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านถนนอิสรภาพ ดังนั้นช่วงเวลาเจ็ดวันที่บำเพ็ญกุศลที่วัดประยูรฯ เราจึงรู้สึกเหมือนกลับมาครอบครองถิ่นเดิมกันอีกครั้ง คุณแม่กับพี่น้องกลับไปเยี่ยมเยียนร้านอาหารที่เคยไปสมัยอยู่ฝั่งธนฯ น้องก้อยจูงมือคุณตาพ่วงแล้วคอยตักอาหารให้ เผลอๆไปก็เหมือนกับว่าคุณตาของเรายังอยู่ เราแวะรถเข็นหมี่ปูวงเวียนเล็กสองครั้ง เจ้านี้ทั้งเส้นหมี่และบะหมี่เหนียวหนุบหนับ เนื้อปูมากมาย รสชาดกลมกล่อมไม่ต้องปรุง น้าชายเล่าว่าช่วงที่อยู่โรงพยาบาลก่อนที่ครอบครัวดิฉันจะมาถึงกรุงเทพฯคุณตาบ่นอยากรับประทาน
หมี่ปู พวกน้าๆต้องขอคุณหมอพาคุณตามา แล้วคุณตาก็ได้รับประทานสมใจพร้อมๆกับคุณยาย จะเรียกว่าเป็นมื้อสุดท้ายที่เปี่ยมไปด้วยความสุขก็ได้ เวลาผ่านมาสิบปี ดิฉันย้ายกลับไปอยู่เมืองไทยพร้อมทองเอกและคุณพ่อของทองเอก แล้วยังมีทองอื่นๆเกิดตามมาอีกสามชนิด คือทองแท่ง ทองสุก และทองทา กิจกรรมตอนหัวค่ำคืนวันศุกร์ของดิฉันกับสามีคือ พาลูกๆขับรถร่อนทั่วเมืองเพื่อไปดู "ไล้ท์จ้ะ" แสงสีระยิบระยับของกรุงเทพฯ และแล้ววันหนึ่ง ดิฉันก็เกิดการระลึกชาติ

บ้านอยู่ทาวน์อินทาวน์สามีขับรถขึ้นทางด่วนแป๊บเดียวไปลงสาธร พี่ลาบหมูเลี้ยวไปทางคลองสานอย่างชำนิชำนาญแล้วอีกนิดเดียวก็เลี้ยวขวามาหาที่จอด
ใต้สะพานพุทธฯ ที่จอดรถหาลำบากยากเย็นแต่พี่เขาเก่ง สักพักดิฉันก็อุ้มน้องทองทา อีกมือจูงทองแท่ง ฝ่ายพี่ลาบหมูก็คว้าทองสุกขึ้นเอว อีกมือก็จับมือทองเอก แล้วเราก็เดินหน้าตั้ง ฝ่าฟันฝูงคนและร้านอาหารไฟแดงบนทางเท้า ดั้นด้นจนไปถึงหมี่ปูเจ้าเก่า



ดิฉันคาดคะเนว่าพี่น้องที่ลวกบะหมี่ ใส่ปูคงเป็นรุ่นหลาน คือรุ่นดิฉัน จำได้ว่าคุณตาคุณยายมานั่งรับหมี่ปูเจ้ารถเข็นนี่ตั้งแต่เข้ากรุงเทพฯใหม่ๆ คิดว่าคงช่วงปี 2490 - 2500 หรือก่อนหน้านั้นอีก ไม่ทราบเจ้านี้ใช้รถเข็นไปกี่คันแล้ว แต่ยังไงๆก็อร่อย ดิฉันบอกไม่ได้ว่าอร่อยเหมือนเดิมหรือไม่ แต่ตอนที่ไปอุดหนุนช่วงที่ิอยู่เมืองไทย ดิฉันไม่เคยผิดหวังสักครั้ง เวลาไปก็จะสั่งแต่เส้นหมี่ เพราะเส้นจะเหนียวพอดีไม่แฉะเหมือนเส้นบะหมี่ ร้านนี้จะจำฝรั่งได้ดี เพราะระหว่างที่นั่งรับประทานที่ร้านฝรั่งจะสั่ง "หมี่ปูพิเศษ 20 ห่อ กลับบ้าน" แล้วฝรั่งก็จะรอช่วงคนว่าง เดินไปที่รถเข็นปาท่องโก๋เจ้าติดกัน พูดอย่างชัดเจนว่า "ปาท่องโก๋สามถุง ถุงละห้าสิบ แก้วตาโบ๋ยี่สิบ" แล้วชี้ไปที่สังขยาใบเตยกลิ่นยั่วยวน "สองถุง" ครั้งแรกคนขายต้องย้ำ "ห้าสิบคู่หรือห้าสิบบาท ห้าสิบบาทได้ยีบห้าคู่" ฝรั่งซ้อมมาแค่นี้ จึงใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างประกบกันพร้อมเสียงประกอบ "นี้ นี้ ห้าสิบนี้" ท่าจะเรียกคะแนนความเอ็นดูจากคนขายได้มาก เพราะได้แถมมาหลายคู่ ครั้งต่อๆไปพอคนขายเห็นหน้าฝรั่ง คนขายจะถาม "เหมือนเดิมนะ" ทำให้ฝรั่งพยักหน้า หงึกหงัก "ใช่ๆ"

เมื่อสมาชิกทั้งหกจัดการกับหมื่ปูแสนอร่อย พร้อมโอเลี้ยงกาแฟเย็นชาเย็นชาดำเย็นแล้ว เราก็หนีบหิ้วทั้งลูกเต้าทั้งถุงหมี่ปูยี่สิบห่อ ปาท่องโก๋ร้อยห้าสิบคู่ ไม่รวมที่แถม อีกทั้งแก้วตาโบ๋พร้อมสังขยาไปที่รถ

เด็กๆจะมีความสุขมาก เพราะได้เที่ยวต่อ กลิ่นอาหารจะตลบอบอวลไปทั้งคันรถ เวลาไปหมี่ปู พี่ลาบหมูจะใช้รถ"ตี๊ต่อ" ฮ็อนด้าซีอาร์วีแทนรถเก๋งหรูหราราคาแพง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีที่วางถุงอาหาร

พี่ลาบหมูจะวนใต้สะพานผ่านทางเข้าวัดประยูรฯไปขึ้นสะพานพุทธฯ เด็กๆจะยกมือสาธุตั้งแต่วัด (พอถามบอกสาธุวัดเต่ากัดกัด) จนข้ามสะพาน สาธุอนุเสาวรีย์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ และทุกอย่างที่เป็นอนุเสาวรีย์และที่ดูคล้ายวัด พี่ลาบหมูขับผ่าน"กรุงเทพฯเก่า"ไปข้ามซั้งฮี้ เลี้ยวขวาเข้าถนนจรัลฯ แล้วเลี้ยวขวากลับรถเพื่อเข้าบางกอกรีเวอร์มารีน่า แวะส่งหมี่ปูกับปาท่องโก๋ที่คอนโดคุณตาคุณยาย ผ่านศาลพระภูมิทองแท่งกับทองสุกก็ประนมมือสาธุ

ขึ้นไปชั้น 25 ส่งอาหารและคุยพอหอมปากหอมคอ แล้วขึ้นรถร่อนต่อ

คราวนี้เลี้ยวขวาแล้วไปข้ามเจ้าพระยาอีกครั้งที่สะพานพระราม 7 แล้วพี่ลาบหมูวิ่งตรง ข้ามวิภาวดีฯ เข้ารัชดาฯ แล้วเลี้ยวขวาที่ลาดพร้าว ยูเทิร์นอีกครั้งเพื่อเข้าซอยลาดพร้าว 15

นี่คือบ้านเก่าของคุณตาคุณยายหลังจากขายบ้านถนนอิสรภาพ ดิฉันก็เคยอยู่ที่นี่ ที่เข้ามาก็เพราะว่าปาท่องโก๋กับหมี่ปูชุดที่สองจะมาลงที่บ้านน้าชาย

ส่งอาหารเสร็จ พี่ลาบหมูก็พากลับบ้านทาวน์อินทาวน์ หันไปดูเด็กๆหลับกันหมดทั้งสี่คน ดิฉันและสามีต่างยิ้มให้กัน พลางนึกว่าเราจะแอบหยิบปาท่องโก๋เข้าปากสักคู่สองคู่ไหวไหมหนอ

รูปเจ้าหมี่ปูกับปาท่องโก๋ได้มาจาก Foursquare นะคะ โฆษณาให้ เพราะของเขาเก่าแก่ดั้งเดิมและรสชาดดีจริงๆ