PRIVATE CONVERSATION LESSONS

Practical English

ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

มาพูดภาษาอังกฤษให้เป็นกันเถอะค่ะ — เรียนผ่านการพูดคุยเรื่องราวในชีวิตจริงกับพี่กาแฟ แบบตัวต่อตัว

ถึงน้อง ๆ คนไทยที่รัก

ในหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างที่เราอยากจะมีหรืออยากจะได้ สิ่งที่ใหญ่ที่สุดมันน่าจะเป็นความอยากที่จะทำให้คนรอบข้างเข้าใจคุณ จริงไหมคะ

แต่หลาย ๆ ครั้งในชีวิตของเรา เราเลือกที่จะเก็บงำความรู้สึกแท้จริงเอาไว้ ไม่อยากจะสื่อสารบอกใคร แทนที่จะเลือกพูด เรากลับก้มหน้าหรือเดินเลี่ยงไป เพียงเพราะคิดว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

แต่บางทีคุณก็ลืมไปว่าความรู้สึกอันนี้มันค่อย ๆ เพิ่มพูนสะสม พอนานไปก็เป็นสนิมเกาะในใจของคุณ

แล้วมันก็ออกมาเป็นความน้อยอกน้อยใจว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่เข้าใจคุณเลย หรือไม่ก็เป็นการสนองตอบที่คุณเอาตัวเองเข้าไปแลก โดยการทำทุกอย่าง ให้ทุกอย่าง ยอมเสียสละ ไม่ต้องนึกถึงตัวเอง ทำให้คนอื่นมีความสุขก่อน เพียงเพื่อหวังว่าคนรอบข้างจะเห็นว่าคุณอยู่ตรงนี้

ให้มองสิ คุณอยู่ข้าง ๆ นี่ ช่วยมองหน่อย

นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ แต่ว่าผลที่ตามมาเป็นผลระยะยาว และในหลายกรณี มันเป็นสิ่งที่น่าเสียใจที่จะมลายหายไปพร้อมกับคุณโดยไม่มีโอกาสแก้ไข

พี่กาแฟพบในหลาย ๆ คน รู้สึกใจหาย เศร้าสลดที่ทั้งชีวิตพวกเขาเหล่านั้นไม่มีความสุข เกิดมาแล้วแต่ไม่สามารถที่จะอธิบายตัวตนแท้จริงให้คนรอบข้างฟัง เพื่อให้ทราบเรื่องราวแท้จริงได้ จึงจากโลกไปพร้อมกับความเสียใจนั้น

🥹

เสมือนกับโลกเข้าใจเราผิด

ไม่มีคำว่าสายหรอกค่ะที่จะเริ่มต้น แต่เพียงแต่ว่าคุณจะต้องเป็นคนตัดสินใจ นำตัวตนแท้จริงของคุณออกมา

มันจะยาก มันจะลำบาก เพราะว่าคุณเคยอยู่ในความสบายและปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงอาจทำให้รู้สึก “ไม่สบาย” และ “ไม่เป็นตัวของตัวเอง”

แล้วถ้าเราพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นล่ะคะ?

คราวนี้ลองเพิ่มเติมสถานการณ์ว่า สาเหตุหลัก ๆ ที่คุณก้มหน้างุดเวลาใครพูดอะไร ได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบ ไม่เถียง ไม่พูดเพิ่มเติม ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น มันมาจากเรื่องเดียวคือ

“หนูพูดภาษาไม่เป็น”

น้อง ๆ เคยเป็นอย่างนั้นไหมคะ

ใช่ค่ะ ภาษาเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างคนทั่วโลก แต่ในขณะที่มันเป็นสิ่งที่ดี มันก็สามารถเป็นอุปสรรค ทำให้น้องไม่สามารถเข้าใจคนรอบข้าง หรือไม่สามารถทำให้คนที่อยู่เคียงข้างน้องเข้าใจน้องได้

“หนูพูดภาษาไม่เป็นค่ะ” เป็นประโยคที่หลาย ๆ คนที่มาเป็นสะใภ้ต่างประเทศใช้ซ้ำเติมตัวเอง

ประโยคนี้พี่กาแฟได้ยินมาเป็นพัน ๆ ครั้ง ได้ยินแล้วก็รู้สึกเสียใจไปด้วย

ถ้ากับคนที่คุ้นเคยกันหน่อย พี่กาแฟก็ถามว่า “แล้วทำไมพูดไม่เป็นล่ะคะ”

ส่วนมากก็จะได้รับคำตอบว่า “ฟังก็พอเข้าใจค่ะ แต่ว่าให้มาพูดก็คงพูดไม่ได้ค่ะ”

แล้วถ้าพี่กาแฟถามต่อว่า “ทำไมล่ะคะ”

น้องคนนั้นก็จะกระซิบตอบว่า “หนูไม่กล้าค่ะ กลัวเขาฟังหนูไม่รู้เรื่อง”

“แล้วทำยังไงเขาถึงจะฟังหนูรู้เรื่องล่ะคะ” พี่กาแฟก็จะถามต่อ

คำตอบก็จะเป็นเหมือน ๆ กัน คือ “ไม่ทราบค่ะ ก็ให้เพื่อนช่วยพูดแทน”

แล้วอุบอิบ ๆ ว่า “หรือไม่หนูก็เฉย ๆ เลี่ยง ๆ ไป”

เรื่องที่พี่กาแฟได้ยินมา

จากประสบการณ์ล่ามของพี่กาแฟ ส่วนมากคนที่มาขอให้ล่ามช่วยสื่อสารจะเป็นคนที่ใช้ภาษาอังกฤษ พวกฝรั่งนี่แหละ และทุกคนจะพูดอย่างเดียวกัน คือบอกว่าเขาฟังคนไทยไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่คนไทยบอกกับเขาว่าพูดภาษาอังกฤษเป็น

เมื่อก่อนอยู่เมืองเล็ก ๆ พี่กาแฟเคยเป็น Dear Abby หรือไม่ก็ภาคไทยคือ “ศิราณี ไขปัญหาหัวใจ”

พี่กาแฟรับฟังปัญหาของน้อง ๆ ต้องใช้คำพูดว่า “ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ”

หลาย ๆ คนมาขอคำปรึกษากับพี่กาแฟ ปัญหาส่วนมากเกิดขึ้นเพราะว่าน้อง ๆ ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ หรือที่หลาย ๆ คนบอกว่าพอฟังรู้เรื่อง แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องที่มันต้องใช้ภาษาทางการหรือศัพท์เฉพาะตัว

บางทีไม่เป็นเรื่องอะไรเลย แต่กลายเป็นความเสียใจยิ่งใหญ่ ที่น้อง ๆ หลายคนเคยมาร้องไห้แล้วปรึกษาพี่กาแฟ เป็นเพียงเพราะฟังญาติทางสามีพูดไม่เข้าใจ หรือไม่ก็เป็นเพราะทางนั้นไม่เข้าใจหนูๆ

ถ้าปัญหาคือการไม่เข้าใจภาษาต่างบ้านต่างเมือง ก็ควรที่จะทำความเข้าใจกับภาษานั้นเลย จะได้รู้เรื่องกันไป

ไม่ต้องไปเรียนตั้งแต่ A, B, C, D หรอกค่ะ แต่เรียนพอเพียงสำหรับที่จะใช้งานในสภาพแวดล้อมรอบตัวของน้องๆ เองนั่นแหละค่ะ

หลาย ๆ คนไม่ชอบใจ เพราะนึกว่าเรียนภาษาอังกฤษหมายความว่าจะต้องเริ่มต้นกันใหม่ ท่องเรียนรู้ไวยากรณ์ ท่องคำศัพท์ มีแบบฝึกหัด คือจริง ๆ แล้วทำอย่างนั้นพี่กาแฟก็สนับสนุนค่ะ

แต่ว่าตอนนี้เราต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศที่เขาพูดกันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นระหว่างรอสะสมคำศัพท์ หรือพูดให้ถูกต้องครบถ้วนบริบูรณ์ตามกฎไวยากรณ์ของเขา ก็พูดให้ใช้ได้ก่อน สื่อสารให้รู้เรื่องไว้ก่อน

แต่ว่าไวยากรณ์นี่พี่กาแฟขอร้องเลย มาเพิ่มเอานะคะ แต่ต้องเพิ่ม เพราะว่ามันก็เหมือนกับพูดภาษาไทยผิด ๆ น่ะค่ะ นอกจากฟังไม่เข้าใจ แล้วยังทำให้คนมีทัศนคติต่อตัวเราในทางลบ

คำพังเพยที่ว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” เป็นเรื่องที่เข้าได้กับทุกภาษา ทุกวัฒนธรรมนะคะ

ในเมื่อน้อง ๆ อยู่ในบ้านเมืองที่เขาพูดภาษาอังกฤษกัน น้อง ๆ ก็จะได้ผลประโยชน์ในการที่จะเข้าใจว่าพวกเขาพูดอะไรกันรอบตัวน้อง จะได้รู้และปฏิบัติตัวตามความเหมาะสม

แต่ไม่ได้หมายความว่าพูดภาษาอังกฤษเป็น เพื่อให้ไปเถียงฉอด ๆ กับแม่สามีนะคะ

อาจจะเถียงได้ในบางกรณี แต่เถียงอย่างคนที่มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับเขา ไม่ให้เขาดูถูกเหยียดหยามในตัวน้องๆ คนไทยได้ค่ะ

มาพูดภาษาอังกฤษกันเถอะค่ะ

พี่กาแฟจะช่วยแนะนำให้น้อง ๆ นำภาษาอังกฤษที่เรียนรู้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่คุยกับแม่สามี ญาติพี่น้องของเขา หรือออกไปซื้อกับข้าว ซื้อของ

เวลาโรงเรียนของลูกโทรมานัดพบผู้ปกครอง น้อง ๆ จะได้ไม่ขัดเขิน ฟังคุณครูของลูก ๆ พูดไม่เข้าใจนะคะ เดี๋ยวถูกคุณครูดุเอาได้

อันนี้เรื่องจริง พี่กาแฟเคยฟังคุณครูดุคุณพ่อคุณแม่คนไทยมาแล้ว

หรือบางทีไปหาหมอ แม้แต่แค่จะจ่ายบิล เวลาเขาจดมิเตอร์ไฟฟ้าไปผิด จะได้โทรไปคุยกับเขาได้ว่ามันอะไรยังไงกันแน่ ถ้าพูดภาษาให้เจ้าหน้าที่เข้าใจไม่ได้ เดี๋ยวจะต้องจ่ายแพงเกินจริง

เวลาขับรถอยู่ดี ๆ มีรถมาชนก้น เกิดอุบัติเหตุต้องรายงานตำรวจ รายงานประกัน อันนั้นยิ่งยุ่งยากใหญ่ เพราะเขาจะต้องบันทึกอัดเสียงคำให้การของทั้งคู่ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์

พี่กาแฟเคยเจอเหมือนกันว่าพูดกันไม่ได้เรื่อง ทำให้เขาลงบันทึกผิด แล้วตามมาแก้ไขยากมากค่ะ

นี่ก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบกพร่องตกหล่นในการสื่อสาร

เรียนกับพี่กาแฟ เรียนอย่างไร?

พี่กาแฟเชื่อในการเรียนที่เป็นไปอย่างธรรมชาติ พี่กาแฟจะชวนคุยในสถานการณ์จริงของน้อง ๆ บทเรียนแต่ละบทจะเป็นไปตามวิถีชีวิตของน้อง แต่ละคนจะมีบทเรียนไม่เหมือนกัน

มันก็คือชีวิตของเรานั่นแหละค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนจากภาษาที่เราคุ้นเคยมา เพิ่มเป็นอีกหนึ่งภาษา ทำไปทำมาเดี๋ยวเราก็ชำนาญเอง

เวลาเราคุยกันก็ไม่นาน ครั้งหนึ่ง 45 นาที ไม่เสียเวลาของน้อง ๆ เราคุยกันเรื่องที่มาเกี่ยวข้องกับน้อง ๆ ในวิธีการที่เราทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติอย่างนี้ น้อง ๆ ก็จะได้เกิดความเคยคุ้น

และพี่กาแฟก็จะให้การบ้าน แล้วกลับมาให้พี่กาแฟดูครั้งต่อไป เราจะทำกันอย่างนั้นจนกระทั่งน้อง ๆ เกิดความมั่นใจ

เราคุยกันเรื่องอะไรก็ได้ ที่ทั้งพี่กาแฟและน้องคิดว่าเหมาะสม พี่กาแฟคุยสไตล์พี่คุยกับน้อง

ในขณะเดียวกันมั่นใจได้เลยนะคะว่าพี่กาแฟถือว่าสิ่งที่เราคุยกันก็จะจบอยู่ตรงห้องนี้ ไม่ออกไปที่อื่นด้วยจรรยาบรรณของพี่กาแฟ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลนะคะ

ดีไม่ดีการคุยกันเป็นภาษาอังกฤษสบาย ๆ กับพี่กาแฟ อาจจะกลายเป็น “ศิราณี” หรือว่า “Dear Abby” ก็ได้ค่ะ

ถ้าอ่านมาทั้งหมดแล้ว น้องคิดว่าใช่ ก็ตามลิงก์ลงไปนะคะ ตามไปดูรายละเอียดและราคาค่าครู

พี่กาแฟอยากให้น้อง ๆ เรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะได้เอาไปใช้ได้จริงและได้ผลดีกับน้อง ๆ นะคะ ไม่ใช่เดี๋ยวมาเดี๋ยวหยุด หรือครั้งนี้ยกให้คนนู้น ครั้งนู้นยกให้คนนั้น ไม่เอานะคะ อย่างนั้นน้องจะเสียผลประโยชน์

พี่กาแฟอยากให้ทำอะไรแล้วก็ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่ลงทุนทั้งเวลาทั้งเงินไปนะคะ

We utilize proven techniques to help you reach your goals, and it's all reviewed by our team of experts.

Marcus Lee

Dental Surgeon

Sarah Nguyen

Clinical Psychologist

Emily Kim

Internal Medicine Specialist

Daniel Patel

Family Medicine Physician

มาพูดภาษาให้เป็นกันเถอะค่ะ

ด้วยรักและปรารถนาดี

พี่กาแฟ

BY PRADICHAYA · PRACTICAL ENGLISH

Terms | Privacy